jeannie vogt


ต่อ

 

ก็เลยติดต่อกับอาจารย์ใหญ่ในโรงเรียนต่างๆ ขอทำโครงการส่งนักเรียนให้เรียนต่อ จนถึงชั้นมัธยมปีที่ 3
เป็นอย่างต่ำ โดยในระดับชั้น มัธยมปลาย จะได้ทุนๆละ 2,000 บาทต่อปี ส่วนในระดับมหาวิทยาลัย
จะให้ทุนละ 10,000 บาทต่อปี ตอนนี้เด็กที่อยู่ในโครงการเรา เรียนจบระดับมหาวิทยาลัย ที่จุฬาลงกรณ์
1 คน ที่ธรรมศาสตร์อีก 1 คน และยังมีเด็กคนอื่นๆ อีกหลายคน ซึ่งเราเองก็รู้สึกภูมิใจมาก และจะมีทุน
ช้างเผือก ให้เด็กได้เรียนในระดับมหาวิทยาลัยด้วยในอนาคต นั่นคือสิ่งที่เราต้องทำกันในตอนนี้


ทุกๆเดือนมกราคมของทุกปี ดิฉันและกลุ่มแม่บ้านอาสาสมัคร จากญี่ปุ่นจะเดินทางมาเมืองไทย เพื่อไปแจกทุน
ให้กับเด็กผู้ด้อยโอกาสในเมืองไทยกัน โดยที่กองทุนจินตนา โฟ๊กท์ จะให้การช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาส
ในจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ และจังหวัดเลย ดำเนินงานจนถึงปัจจุบัน ก็ขึ้นปีที่ 16 แล้วแต่ถ้ารวมการช่วยเหลือ
ตั้งแต่ไม่ได้ก่อตั้งกองทุน จินตนา โฟ๊กท์ ก็ 18 ปีแล้ว ถึงตอนนี้ เราเองก็ยังไม่ได้เป็นมูลนิธินะคะ เพราะการตั้ง
เป็นมูลนิธิการจัดการต่างๆ จะต้องเป็นระบบมากกว่า


เมื่อถามว่ารายได้ เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กไทย ของกองทุนจินตนา โฟ๊กท์ ได้มาจากไหน เธออธิบายให้ฟังว่า
ดิฉันสอนภาษาไทย- ภาษาอังกฤษ สอนทำอาหารไทย ขายสินค้าไทย ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมของคนไทย
และเรามีอาสาสมัคร ชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาช่วยกันหาเงิน รวมทั้งมีการจัดงานประจำปี เพื่อหารายได้ร่วมกัน
รวมทั้งการหาสปอนเซอร์ จากหลายบริษัท หลายองค์กร หากบริษัทไหนหรือองค์กรไหน ที่เห็นโครงการ
เห็นผลงานของเรา แล้วเขาอยากช่วยเหลือ เขาก็จะนำเงินมาช่วยเหลือกัน โดยทางคุณครูใหญ่ของโรงเรียน
ในสามจังหวัดที่เราช่วยเหลืออยู่ หากโรงเรียนไหน ต้องการอะไร เขาก็จะเขียนโครงการขึ้นมานำเสนอแก่เรา
แล้วเราก็จะนำมาพิจารณา ร่วมกันกับคณะของเรา อีกครั้งหนึ่ง ว่าจะอนุมัติหรือไม่ ที่ผ่านมา มีทั้งโครงการ
ห้องสมุด โครงการอาหารกลางวัน โครงการขุดเจาะน้ำบาดาล โครงการสร้างโรงเรีน นอกจากนั้นยังมี โครงการให้ยืมเงิน และโครงการให้เปล่าด้วย ซึ่งโครงการให้เปล่านั้น หมายถึงเราจัดการทุกอย่างให้หมด
ทุกอย่าง ตามโครงงานที่เขียนเสนอขึ้นมา โดยที่ทางโรงเรียน ไม่ต้องนำเงินมาคืน หรืออาจะเป็นการให้เงินกับ
ทางโรงเรียน แล้วให้ทางโรงเรียน ไปจัดการกันเอาเอง จริงๆแล้ว โครงการให้เปล่านั้น เราทำกันมาร่วมสิบปี
ก่อนหน้านี้ แต่มาถึงปัจจุบัน ที่ต้องมีโครงการให้ยืมด้วย ก็เพราะเมื่อก่อน เรามีโรงเรียนในความดูแลไม่มาก
แต่ตอนนี้ เรามีโรงเรียนที่ต้องช่วยเหลือ เป็นจำนวนถึง 68 โรงเรียน แบ่งเป็นที่จังหวัดสุรินทร์ 28 โรงเรียน
จังหวัดบุรีรัมย์ 10 โรงเรียน และจังหวัดเลย 30 โรงเรียน ตอนนี้ที่จังหวัดสุรินทร์ เรามีเงินในกองทุน
อยู่ประมาณ 2,000,000 บาทเศษ จังหวัดเลย 2,500,000 บาทเศษ และจังหวัดบุรีรัมย์มี 500,000 บาทเศษ
โดยที่จะนำเงินทั้งหมด มาบริหารกันเอง แต่เราจะใช้เงินที่ได้มา จากการช่วยเหลือขององค์กร หรือสปอนเซอร์ ที่ญี่ปุ่นก่อน ส่วนเงินในกองทุน ซึ่งเป็นส่วนที่ดิฉันหามาด้วยตัวเองนั้น เราจะกันไว้เป็นกองทุนสะสม เพื่อนำไป
ใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายที่ตัวดิฉัน จะต้องหามาต่อปี นั้นประมาณ 500,000 บาท ส่วนทางคณะญี่ปุ่น เขาก็ต้องหาอีก 500,000 บาท รวมแล้ว 1,000,000 บาท เพื่อให้เป็นทุนการศึกษา 3 หมู่บ้าน 3 จังหวัด
ซึ่งต้องใช้ประมาณ 600,000 บาท ถ้าในปีนั้น ไม่มีโครงการให้ต้องเข้าไปช่วยเหลือ เงินทุน ก็จะเหลือ
400,000 บาท ซึ่งจะถูกเก็บไว้เป็นเงินกองทุนสะสม เพื่อไปใช้จ่ายในปีต่อไป





แต่ส่วนใหญ่ก็จะมีเรื่องให้ต้องใช้เสมอ เราก็ต้องหมุนเวียนกัน ไปให้ครบๆทุกโรงเรียน ตามกฎที่เราตั้งไว้คือ
ในหนึ่งโรงเรียน มีสิทธิ์จะส่งเด็ก เพื่อเข้ารับทุนการศึกษา 2 คน เพื่อการศึกษาต่อ ปัจจุบันมีทั้งหมด 68
โรงเรียน ก็จะมีนักเรียนได้ทุนทั้งสิ้น 136 คน ที่จะได้ทุนเรียนต่อในชั้นมัธยมต้นจากเรา แต่ในปีคศ. 2004
มีนักเรียนที่ได้ทุนการศึกษา จากเราทั้งสิ้น 500กว่าคน รวมทั้งในระดับประถม มัธยม และมหาวิทยาลัย
โดยทางโรงเรียน จะต้องเป็นผู้คัดเลือกเด็กมาให้เรา จะต้องเป็นเด็กที่ยากจน หรือกำพร้า แต่ต้องเรียนดี
และมีความตั้งใจจริง ที่อยากจะเรียน ซึ่งดิฉันจะบอกกับเด็กทุกคน ที่ได้ทุนว่า ต้องตั้งใจ ต้องคิดมุ่งมั่น
เพื่ออนาคตที่ดี ของตัวเองและครอบครัว ทุกๆปี ดิฉันและคณะที่มาจากประเทศญี่ปุ่น จะเดินทางไปยัง
โรงเรียนต่างๆ เพื่อไปเยี่ยมเยียนเด็กนักเรียน ที่ได้รับทุน และไปตรวจสอบความก้าวหน้าของเด็ก ซึ่งทาง
โรงเรียนเขา จะจัดรายละเอียดให้เราดูทั้งหมด โดยที่ทางดิฉันเอง ก็ได้ให้นักเรียนซึ่งได้รับทุน
จากสปอนเซอร์ทุกคน เขียนจดหมายแจ้งผลการเรียน แจ้งความเคลื่อนไหวต่างๆ แก่สปอนเซอร์อย่างสม่ำเสมอ
อยู่แล้ว โดยมีดิฉันกับสามี และเพื่อนคนไทยที่สนิทกัน จะเป็นผู้แปลจดหมายทั้งหมด แล้วส่งต่อไปให้สปอนเซอร์
ทุกราย ด้วยความมุ่งมั่น ที่จะให้กองทุนจินตนา โฟ๊กท์ เติบโตให้ถึงที่สุด เพื่อการช่วยเหลือเด็กไทยให้ได้มากที่สุด
แต่ที่สุดของที่สุดคือ "กำลังใจ" ซึ่งเธอได้รับจากบุคคล ซึ่งเขาใจเธอ..ที่สุด งานในกองทุนของดิฉัน ที่ทำอยู่
ขณะนี้ ดิฉันได้สามีช่วยเหลือหลายอย่าง แต่เหนืออื่นใด เห็นจะเป็นกำลังใจ ที่เขาให้กับเราเสมอมา
และไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย ไม่ว่าจะในเวลาที่ ดิฉันต้องทอดทิ้งเขา ให้อยู่คนเดียวก็ตาม การทำงานการกุศล
จะต้องมีองค์ประกอบสนับสนุนหลายอย่าง อาทิ ต้องมีฐานะพอสมควร ที่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้
สามีต้องเป็นกำลังใจ และให้การสนับสนุน ไม่มีบุตรให้เป็นห่วง จึงทำให้มีเวลาทำงานได้อย่างเต็มที่
ครอบครัวต้องมีมุมมอง และความคิดไปในทางเดียวกัน


NEXT

 



ภาษาไทย ไทยEnglish Versions อังกฤษ Japan ญี่ปุ่น

NetPivotal

Som Wong News

การช่วยเหลือเด็กๆในเมืองไทยมีผลต่อนักเรียน
ของโรงเรียน CA เช่นกัน เห็นได้จากที่นักเรียน
ของทาง CA มีความตั้งใจในการเรียนมากขึ้น
เมื่อเห็นว่านักเรียนของมูลนิธิ มีความพยายาม
ที่จะไปให้ถึงเป้าหมายด้วยการเรียนหนังสือ
อย่างดีที่สุด เพื่อที่จะไม่ให้ทางโรงเรียน CA
ผิดหวังในตัวพวกเขา ทางเด็กๆของ CA เองเริ่ม มีการพัฒนาตนเองมากขึ้นในแง่ของ
ความภาคภูมิใจในตนเองและความเชื่อมั่น
นักเรียน
CA เคยคิดว่าต้องรอจนกว่าพวกเขา
จะ
เป็นผู้ใหญ่ ถึงจะมีส่วนร่วมในสังคมได้
แต่โครงการนี้ทำให้พวกเขารู้ว่า พวกเขาสามารถ
สร้างความแตกต่างกับชีวิตของคนบางคนได้

นักเรียนจากโรงเรียน CA 4 คนที่ได้เดินทาง ร่วมไปกับทางมูลนิธิไปเมืองไทยในครั้งนี้
รู้สึกประหลาดใจที่ดิฉันได้ก่อตั้งมูลนิธฺิเพื่อให้
ความช่วยเหลือแก่เด็กๆเมื่อยี่สิบสองปีที่แล้ว

เด็กๆที่รวมเดินทาง ได้ร่วมเขียนความเห็น
จากประสพการณ์ดังนี้ :

Matthew Lee // Aili Middleton // David Lee
Maiko Sho // and Sasipote Tangtiang
อ่านเพิ่มในข่าวสารสมหวัง..

Latest news from Jeannie Vogt

สำหรับปีนี้ดิฉันมีความดีใจที่จะแจ้งข่าวดีให้ทราบ
ทั่วกันว่ากองทุนจินตนาโฟ๊คที่ก่อตั้งมาแต่ดั้งเดิมนั้น
บัดนี้ได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิจินตนา โฟ๊ค
กับกระทรวงมหาดไทยเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
และทางมูลนิธิเราในปีนี้ ก็ได้เดินทางออกแจกทุน
การศึกษาให้กับเด็กๆนักเรียนเรียนดี แต่ยากไร้
ตั้งแต่วันที่ 10-15 เดือนมกราคม 2011
ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้วค่ะ

สุดท้ายนี้ดิฉันขอขอบคุณทุกๆคน ที่ช่วยเหลือ
และสนับสนุนงานของมูลนิธิของเรา พวกเรา
สมาชิกของมูลนิธิเพื่อนๆ คุณครู และนักเรียน
ทุกคน มีความซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก

ดิฉันจะระลึกถึงทุกๆคนทุกครั้งที่ดิฉัน
สวดมนต์ภาวนาถึงพระผู้เป็นเจ้า ขอให้พระเจ้า
ทรงคุ้มครองและปกป้องรักษาทุกๆคนด้วยเช่นกัน





Interview


Home
// ข่าวสมหวัง // โครงการ // โรงเรียน // อาหารไทย // หมู่บ้าน // สปอนเซอร์ // ติดต่อ
รายละเอียดเพิ่มเติมในเวปไซด์ภาษาญี่ปุ่นกรุณากดลิงค์ด้านล่าง
http://www.jttk.zaq.ne.jp/thaivillage

jeannie vogt fund

Design by Terri Sriyamaka